[Fic HP; SS/RW] Lonely 1
posted on 31 Oct 2008 16:18 by littlemelittlepanda
Title: Lonely
Author: แพนด้าน้อย
Category: Romance
Pairing: SS/RW
Rating: PG-13
Spoilers: --
Disclaimer: ตัวละครเรื่องแฮร์รี่พอตเตอร์ไม่ใช่ของข้าพเจ้านะ
แค่แอบยืมมาแกล้งเล่นนิดนึงเอ้ง
Summary: ไม่บอก
Author notes: อืมมม .....อ่านเลยดีกว่า
Part 1
หนึ่ง.... สอง....... สาม...........
............
สามสัปดาห์แล้วสินะที่เราย้ายมาอยู่ที่นี่....เหงาเหรอ....
เช้าตื่นขึ้นมา บนเตียงนอนใหญ่ หนานุ่ม มองไปที่อีกฟากหนึ่งของเตียง...เรียบตึง และเย็นเฉียบ เพราะเจ้าของที่ฟากนั้นคงลุกออกไปตั้งแต่ฟ้ายังมืด...เหงาเหรอ....
อาหารเช้าจัดเรียงอย่างสวยงาม อุดมไปด้วยคุณค่าบำรุงร่างกาย บนโต๊ะอาหารยาวเหยียด แต่ก็หยิบแค่นมอุ่นแก้วเดียวขึ้นดื่ม ไม่ว่าเอล์ฟแสนขยันจะทำอาหารอร่อยแค่ไหน...ก็ทานไม่ลง...
กำแพงหินเย็นเยียบ ห้องอาหารกว้างขวาง แต่ช่างเงียบเหงา มีเพียงแค่เสียงประทุของไม้ที่ลุกไหม้อยู่ในเตาผิงเท่านั้นเป็นเพื่อน ช่างแตกต่างลิบลับกับที่ที่เขาจากมา...เหงาเหรอ...
“พรุ่งนี้ตั้งโต๊ะที่ห้องนั่งเล่นนะสวิทชี่”
เอล์ฟที่ซื่อสัตย์โค้งตัวน้อมรับคำสั่ง แล้วหันไปหยิบเอาถาดที่มีแก้วคริสตัล บรรจุน้ำยาสีชมพูใส เดินเข้ามาหา
“นายท่านกำชับไว้ขอรับ สวิทชี่ต้องดูแลนายท่าน ให้ดื่มยาครบทุกมื้อขอรับ”
คิ้วเรียวขมวดมุ่นเมื่อมองดูแก้วยาใบสวยนั้น พลางนึกถึงรสชาติเหลือทนของมัน ฝืนใจหยิบขึ้นมาดื่มรวดเดียวหมด แทบจะสำลักเพราะรสและกลิ่นอันระคายคอ มือเรียวเอื้อมไปหยิบสตรอเบอร์รี่บนโต๊ะใส่เข้าปากอย่างรวดเร็ว หวังให้มันล้างรสเฝื่อนๆ ในปากให้หมดไป...พร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่
.....นี่ถ้าไม่ใช่เพราะเธอฉันก็ไม่มีวันทนกินมันหรอกนะ.....
คิดพลางถอนหายใจอีกหนึ่งเฮือกเมื่อสำนึกได้ว่าตัวเองต้องทนกับยารสแย่ๆ นี่ต่อไปอีกหลายเดือน....ยิ่งคิดยิ่งหงุดหงิดใจกับคนที่ปรุงมันขึ้นมา ที่ไม่ยอมปรับปรุงรสชาติให้ดีขึ้นเลย อ้างแต่สัพคุณจะลดลง
...โอย...นี้เขาต้องทนกินอีกกี่หม้อเนี่ย...หงุดหงิด.....แล้วต้นเหตุของความรู้สึกบ้าๆ นี่ก็หายหน้าไปไหนได้ทุกวัน....ทิ้งให้เขาอยู่คนเดียว ในบ้านที่ดูยังไงก็เป็นปราสาทหลังย่อมๆ ทั้งเงียบ ทั้งเย็น.....เหงาเหรอ.....เฮอะ..ไม่สนหรอก...
ร่างเพรียวบาง ซอยเท้าถี่ๆ ไปยังจุดหมายของตน ไม่สนใจทางเดินรอบข้างที่ตกแต่งไว้อย่างประณีตงดงาม เต็มไปด้วยของตกแต่งบ้านสวยหรูที่คิดว่าตลอดชีวิตนี้คนอย่างเขาคงไม่มีโอกาสเป็นเจ้าของ ถ้าไม่ใช่เพราะคนคนนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะความรับผิดชอบ...แต่มันจะมีค่าอะไรในเมื่อเจ้าของไม่ใยดีที่จะชื่นชมมัน...
...แสงแดดอันอบอุ่นที่สาดส่องต้องผิว ทำให้ภายในอบอุ่นขึ้น ...ร่างบางนั่งสบายๆ บนเก้าอี้นอนตัวใหญ่ข้างหน้าต่างกระจกบานสูง หมอนอิงใบใหญ่หนุนอยู่ข้างหลัง อีกใบที่เล็กกว่ากอดไว้กับอกราวกับจะขอความอบอุ่นที่มากขึ้น มืออีกข้างหยิบสตรอเบอร์รี่สีแดงสดจากโถใบใหญ่ที่หยิบติดมาจากห้องอาหารเข้าปากอย่างเป็นอัตโนมัติ แต่ดวงตาสีฟ้าเข้มนั้นกลับเลื่อนลอยออกไปยังสนามภายนอก....สีขาว...หิมะ...หนาว....เย็น...สงบ....เงียบเหงา....
เหลือบมองดูแหวนสีทองวงเล็กบนนิ้วมือ สัญลักษณ์ของพันธะสัญญาแห่งรักส่องประกายเมื่อต้องแสงจากภายนอก ดูอบอุ่น..ช่างแตกต่างจากความเป็นจริงในใจเจ้าของผู้สวมใส่นัก
....ขอสาบานว่าจะรักและดูแล.......ไม่ว่ายามทุกข์ หรือสุข.......ตลอดไป.......
มือเรียวเลื่อนลงลูบบริเวณกลางลำตัวที่เริ่มมองเห็นการเปลี่ยนแปลงอย่างเผลอๆ กระแสลมเย็นเยียบที่ลอดเข้ามาตามช่องหน้าต่างที่เปิดแง้มไว้ส่งให้ไหล่บางสั่นน้อยๆ จนต้องดึงเอาผ้าห่มหนาที่ใครบางคนวางไว้ให้เสมอมาห่มคลุม...ขดตัวเข้ากับหมอนอิง เอนตัวลงนอน หลับตาลงพยายามไล่น้ำร้อนๆ ที่เอ่อขึ้นมาที่ตาไหลกลับลงไป...ไล่ความรู้สึกนี้ให้กลับลงไป
....เกลียดตัวเองที่เป็นอย่างนี้ ที่รู้สึกอย่างนี้.................
......................
เสียงขยับของกุกกัก กับเสียงพูดคุยเบาๆ ทำให้ร่างที่นอนนิ่งเป็นนานรู้สึกตัวตื่น ร่างเงาตะคุ่มสองร่างที่ยืนคุยกันใกล้โต๊ะทำงานตัวใหญ่ในห้องดึงให้คนเพิ่งตื่นต้องเพ่งมองภายใต้แสงสลัวของยามเย็น
...นี่เราหลับไปทั้งวันเลยเหรอเนี่ย...
ร่างสูงของคนหนึ่งเขาจำได้ทันที เพราะเป็นใครคนนั้นที่มักจะปรากฏขึ้นมาทุกครั้งที่เขาหลับตาในพักหลังๆ นี้ ส่วนอีกคนนั้นก็คุ้นตาแต่ยังนึกไม่ออกจนกระทั่ง.....
“อ้าว...ตื่นแล้วเจ้าหญิงนิทราของเรา....” น้ำเสียงทุ้มอบอุ่นที่เปล่งออกมา พร้อมกับร่างสูงเพรียวที่เดินเข้ามาใกล้ทำให้เขาจำได้ในทันที
“ศาสตราจารย์ลูปิน....คุณมา....”
“หึ...เซเวอรัสไปรับมาน่ะสิ...พอดีมาทำธุระได้สองสามวันแล้ว...และฉันอยากมาเยี่ยมเธอด้วย”
ดวงตาสีฟ้าเข้มไหวระริกเมื่อสิ้นคำตอบ เหลือบไปมองร่างสูงของคนที่ถูกล่าวถึงที่เอาแต่ค้นหนังสือบนชั้น ไม่ได้แสดงความสนใจใดๆ กับบทสนทนาของพวกเขา
.....คุณไปรับเขามาเหรอ......
เหมือนหัวใจถูกบีบ ปวดแปลบภายในอก ลำคอตีบตัน อัดแน่นไปด้วยความรู้สึก.....เจ็บ......
.....รู้ดี...ผมรู้ดีว่าคุณยังรักเขา......
กล้ำกลืนความรู้สึกทั้งหมดลงไป ใบหน้าเรียวส่งยิ้มอย่างที่เคยให้กับแขกผู้มาเยือน
....เขาไม่รู้.....อาจารย์ไม่เคยรู้........
“ขอบคุณครับ ดีใจจังที่คุณมา ผมกำลังคิดถึงทุกคนอยู่เชียว”
น้ำเสียงที่เปล่งออกมาพยายามให้ร่างเริงที่สุด ภาวนาในใจว่าอย่าให้คนตรงหน้าจับสังเกตได้เลย
“พวกที่บ้านเธอเขาสบายดี...ฝากคิดถึงเธอด้วยนะ”
รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนอยู่เป็นนิจช่วยให้ภายในใจอบอุ่นขึ้นเล็กน้อย
....นี่สินะ....รอยยิ้มนี้สินะที่คุณพยายามปกป้องไม่ให้หายไปจากผู้ชายคนนี้ เพราะรู้ว่าถ้าเขารู้ความรู้สึกของคุณ รอยยิ้มนี้ก็จะหายไป ...เหลือไว้ก็แต่ความลำบากใจ.....
“ทองส์สบายดีนะครับ”
“โอ้ย...รายนั้นน่ะสบายดี มาก มาก ด้วย...อยากมาด้วยใจจะขาด...ถ้าไม่ติดว่าใกล้คลอดฉันก็จะพามาด้วยหรอกนะ”
ถ้อยคำ และรอยยิ้มอ่อนโยนยามเอ่ยถึงภรรยาที่รัก ถ้าใครได้เห็นก็ต้องพลอยอบอุ่นไปด้วย ต่างจากร่างสูงที่อยู่อีกฟากหนึ่งของห้อง ที่ชะงักทันที และผลุนผลันออกจากห้องไปทางประตูที่เชื่อมต่อกับห้องนอนข้างๆ นั้นอย่างไม่สนใจจะบอกกล่าวใดๆ
สายตาของเขาคงจะฟ้องความรู้สึก คู่สนทนาของเขาจึงได้เอ่ยถามเรื่องของเจ้าบ้านที่หายไปจากห้องเมื่อไหร่ไม่รู้ตัว
“เซเวอรัส......ออกไปแล้วเหรอ”
คำถามนั้นดึงให้ร่างบางหันมาสนใจอดีตอาจารย์อีกครั้ง
“เขาดูเหนื่อยๆ นะ เห็นว่าทำโปรเจคสำคัญอยู่ แต่ก็ดูมีความสุข ร่าเริงขึ้นจนผิดตา....คงเป็นเพราะเธอละมั้ง...”
....ไม่จริง....เพราะอาจารย์ต่างหาก....เพราะคุณอยู่กับอาจารย์ใช่ไหม คุณถึงมีความสุขอย่างนั้น...
ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มกว้างราวกับจะตอบรับคำเย้าแหย่ของชายหนุ่มอดีตอาจารย์ ผิดกับแววตาที่หม่นลง...แต่โชคดีที่บรรยากาศสลัวเวลาพลบค่ำช่วยซ่อนความรู้สึกไว้ได้อย่างมิดชิด ...ไม่งั้น.....
“รอน....”
“ฮะ...ครับ”
“ผมเธอ...ยาวจังนะ”
มือเรียวยกขึ้นลูบผมอย่างเผลอ ๆ
“อ๋อ...ผมตั้งใจจะไว้ให้เหมือนบิลน่ะครับ เห็นว่าเท่ดี แต่เฟรดกับจอร์จกลับบอกว่าเหมือนผู้หญิง”
คิ้วเรียวขมวดมุ่มเมื่อนึกถึงคำล้อเลียนของพี่ชายฝาแฝดตัวดี
“ฉันว่าอย่างนี้ก็...สวยดีนะ...เหมาะดี”
“สวย?....แม้แต่อาจารย์ก็....”
ร่างบางอ้าปากหวอ รู้สึกไม่มั่นใจขึ้นมาฉับพลัน
“เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าใจผิดสิ...คือยังไงล่ะ...เขาว่ากันว่าคนได้ลูกสาวมักจะสวยขึ้น...ฉันก็เพิ่งมั่นใจนี่แหละ”
รอนรู้สึกร้อนวูบไล่ขึ้นมาตั้งแต่ลำคอถึงใบหน้า คลี่ยิ้มออกอย่างอ่อนโยน
“ก็นี่เป็นส่วนหนึ่งของเฮอร์ไมโอนี่นี่นา...ที่อยู่ในนี้”
มือขาวเรียวลูบที่ท้องน้อยตัวเองอย่างรักใคร่ แต่แล้วความคิดหนึ่งก็แล่นเข้ามาในจิตสำนึก ความคิดที่เขากลัวที่จะหาคำตอบมาตลอด...ถ้าหากเป็นอาจารย์ลูปินคงจะช่วยเขาตอบได้
“อาจารย์คิดว่า...เขา...แฮร์รี่น่ะ...จะโกรธผมไหม....”
น้ำเสียงที่เอ่ยถามออกมานั้นแผ่วเบา แทบจะจำไม่ได้ เด็กหนุ่มกลั้นใจรอคำตอบจากคนที่เขาคิดว่าเป็นหนึ่งในคนที่ใกล้ชิดเพื่อนเขาที่สุด
“โกรธ?...เรื่องอะไร?”
คนถูกตั้งคำถามแปลกใจกับอารมณ์ที่เปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันของเด็กหนุ่มตรงหน้า
“ที่ผมแต่งงานกับ...เซเวอรัส...ทั้งที่.....” ...ทั้งที่รู้ดีว่านายเกลียดเขา...ขอโทษนะแฮร์รี่...
คำพูดขาดหายไปในลำคอที่แห้งผาก เพราะกลัว กลัวที่จะพูดมันออกมา สายตาของเขาคงแสดงความสับสนมากมาย เพราะมือใหญ่และอบอุ่นจึงได้เอื้อมมากำมือเย็นเฉียบของเขาไว้
“เธอรู้จักเพื่อนของเธอดีพอๆ กับฉันนะ...เขาไม่ใช่คนที่ไม่ฟังเหตุฟังผลหรอก”
รอยยิ้มอบอุ่นให้กำลังใจของคนที่เพื่อนรักให้ความเคารพที่สุดคนหนึ่ง ทลายความอัดอั้น และกลัดกลุ้มที่มีมาทั้งหมด น้ำตาร้อนๆ จึงล้นออกมาพร้อมๆ กับรอยยิ้มอย่างโล่งอก โดยไม่รู้ตัว
“ขี้แยจังน้า คนท้องนี่....ฮึ ฮึ”
“อาจารย์ก็ อย่าล้อผมสิ...” ยกมือขึ้นปาดน้ำตาออกลวกๆ
...อาจารย์เป็นคนดีจริงๆ.....
“ยังคุยกันไม่เสร็จอีกรึ”
เสียงเข้มๆ ที่ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้สองคนที่คุยกันเพลินอยู่สะดุ้งเฮือก ร่างบางหันขวับไปทางต้นเสียงที่มายืนอยู่ซ้อนด้านหลังเขาเมื่อไหร่ไม่รู้ทั้งๆ ที่น้ำตายังไม่แห้งไปจากใบหน้า หัวใจกระตุกเมื่อทันได้เห็นหัวคิ้วที่เคลื่อนที่เข้าหากันเล็กน้อยพร้อมแววแห่งความห่วงใยในตาสีนิลนั้น แต่ก็แค่แวบเดียวเท่านั้นมันก็เปลี่ยนมาเป็นเย็นชาดุจเดิม....นั่นทำให้ความเจ็บในอกกลับมาอีกครั้ง
“อาหารเย็นพร้อมแล้ว”
น้ำเสียงเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ นั้นทำให้รอนรู้สึกถึงระยะห่าง ที่คนพูดขีดไว้...ห่างไกล แม้ว่าตัวจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม...
“เหรอ...งั้นไปกันเถอะรอน...หิวจะแย่แล้ว”
“อะ...ครับ”
การลุกขึ้นอย่างรวดเร็วหลังจากที่นอนมาทั้งวันส่งผลให้ร่างกายปรับตัวไม่ทัน ร่างบางรู้สึกหน้ามืด พื้นโคลงเคลงจนทรงตัวไม่อยู่ และก่อนที่เขาจะล้มลงไป แขนแข็งแรงของคนที่ยืนอยู่ด้านข้างก็คว้าตัวเขาไว้ได้ทันซะก่อน
“ทำอะไรของเธอน่ะ....ระวังหน่อยสิ”
เสียงดุๆ กับอาการถอนหายใจทำให้รอนใจเสีย เด็กหนุ่มกล่าวขอโทษเบาๆ แล้วดินตามแรงฉุดน้อยๆ ของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีไป พลันสายตาเจ้ากรรมเหลือบไปเห็นมือซ้ายข้างที่กุมมือเขาอยู่ บนนั้น แทนที่จะมีแหวนแต่งงาน แหวนที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการผูกพัน เช่นเดียวกับของเขา....กลับว่างเปล่า.....
...มันหมายความว่ายังไง....
ร่างบางรู้สึกเย็นเยียบไปทั่วร่าง ข้างในอกบิดเกลียวแน่น หายใจแทบไม่ออก เมื่อเงยหน้าขึ้นมองอย่างอยากจะตั้งคำถามกับคนที่เดินนำหน้า กลับพบแต่ใบหน้าอันผ่อนคลายมีชีวิตชีวาของเจ้าของมือใหญ่นั้น ที่กำลังหัวเราะเบาๆ กับบทสนทนาของแขกคนเดียวในคืนนี้ราวกับอยู่กันคนละโลกกับเขา ภาพตรงหน้าพร่ามัวเพราะม่านน้ำที่เอ่อขึ้นมาคลอดวงตาสีฟ้าหม่นเศร้าได้อย่างง่ายดาย
...ยิ้มเหรอ...รู้ไหมรอยยิ้มของคุณที่ให้อาจารย์ลูปินทำให้ผมเจ็บ...มืออุ่นของคุณที่กำมือผมไว้กลับทำให้ผมหนาวจนจับขั้วหัวใจ...ไม่เห็นจำเป็น...ไม่จำเป็นเลยที่คุณจะมาแกล้งทำเป็นใส่ใจผมต่อหน้าอาจารย์...ไม่จำเป็น...ในเมื่อคุณก็แสดงออกชัดเจนอยู่แล้วว่าไม่ต้องการ...นานเท่าไหร่แล้วที่คุณถอดแหวนออกทิ้งไป...นานเท่าไหร่แล้ว...หรือเฉพาะต่อหน้าเขา ที่คุณอยากรู้สึกเป็นอิสระ...จากผม...จากภาระอย่างผม....
โดยไม่รู้ตัวร่างบางก็ถูกพามาถึงห้องอาหารที่เมื่อเช้ามีแต่ความเย็นเชียบ แต่ว่าค่ำนี้กลับอบอุ่นไปด้วยแสงเทียนสีนวลที่ราวกับจะต้อนรับแขกคนสำคัญ ร่างผอมบางสั่นระริกยืนมองโต๊ะอาหารที่จัดเรียงไว้สวยงามอย่างเหม่อลอย กลิ่นอาหารที่อยู่ในชามสวยหรูชวนกินสำหรับคนอื่นกลับทำให้เขารู้สึกคลื่นเหียนจนต้องวิ่งออกจากโต๊ะไปอย่างรวดเร็ว
ไหล่บางสั่นสะท้านตามแรงอาเจียนที่รุนแรงมากกว่าทุกครั้ง อาการบีบคั้นภายในช่องท้องยังคงดำเนินอย่างต่อเนื่องแม้ว่าจะไม่มีอะไรหลงเหลือให้ขับออกมาแล้วก็ตาม มือเรียวข้างหนึ่งเกาะขอบอ่างสูงไว้แน่นจนข้อนิ้วขาวซีด มืออีกข้างกุมท้องไว้อย่างจะช่วยผ่อนคลาย ใบหน้าที่เคยเป็นสีชมพูซีดขาวเปียกชื้นไปด้วยน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ขาดสาย
....ทรมาน...เจ็บ....ทำไมถึงเป็นอย่างนี้....เพราะผมอ่อนแอไปใช่ไหม....
ร่างงองุ้มทิ้งตัวลงนั่งบนพื้นหินอ่อนของห้องน้ำกว้างอย่างหมดแรง ร่างกายสั่นสะท้านตามแรงสะอื้นไห้อย่างระงับไว้ไม่อยู่ ความเจ็บปวด อ้างว้าง เปลี่ยวเหงา เข้าควบคุมจิตใจที่อ่อนล้า ส่งผลแก่ที่ร่างกายอ่อนแอให้ปิดตัวเองลง ให้หนีจากความปวดร้าวนี้ไป แล้วร่างอันสั่นเทาก็จมดิ่งเข้าสู่ความมืดที่เข้าครอบคลุมอย่างรวดเร็ว
สัมผัสแผ่วเบาที่ไล้ไปตามดวงตา จมูก แก้ม และจบที่ริมฝีปากส่งกระแสอุ่นๆไปยังหัวใจที่บอบช้ำ เป็นสัมผัสอ้อยอิ่งที่ราวกับจะรอคอยให้เขาตื่นจากนิทราอันยาวนาน
แพขนตายาวกระพริบถี่ๆ ก่อนที่เปลือกตาจะค่อยๆ เปิดขึ้นเผยแก้วตาสีฟ้าใส และเมื่อสบเข้ากับดวงตาสีดำเข้มที่ยากจะเดาความรู้สึกนั้น ความทรงจำก่อนที่จะหมดสติก็กลับเข้าจู่โจมร่างบางอีกครั้ง เรียกเอาน้ำร้อนๆให้เอ่อขึ้นมาเคลือบดวงตาโตได้อย่างง่ายดาย ริมฝีปากบางสั่นระริกจนเจ้าตัวต้องขบไว้แน่น เบือนหน้าหลบจากสายตาเสียดแทงคู่นั้น
“ทำไมไม่ดูแลตัวเอง...ปล่อยให้เป็นขนาดนี้...วันนี้กินอะไรบ้างรึยัง”
น้ำเสียงตำหนิกลายๆ นั้นทำให้ความน้อยใจแล่นขึ้นมาจุกที่อก พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เผลอหลุดแสดงออกให้คนตรงหน้ารู้ ร่างบางพลิกตัวหันหลังให้คนที่นั่งอยู่ข้างๆ
“อาจารย์ลูปินละครับ”
น้ำเสียงที่เอ่ยถามแตกพร่า แม้แต่ตัวเองยังตกใจ
“...............................”
“รีมัส...เขาก็กลับไปแล้วน่ะสิ กังวลเรื่องเธอมากเลยนะหมอนั่น ถ้าไม่ติดงานพรุ่งนี้คงจะค้างที่นี่ไปแล้ว”
คำตอบที่ได้รับทำให้น้ำตาที่กลั้นไว้ไหลออกมาเป็นทาง
....ทำไมคุณต้องพูดถึงเขาอย่างอ่อนโยนอย่างนั้นด้วย...คงเสียใจสินะที่ผมมาขวางดินเนอร์ของคุณ....
“รอน....เธอยังไม่ตอบเลยนะ วันนี้กินอะไรบ้างรึเปล่า”
“...............................”
“.....รอน....”
“คุณสนใจด้วยเหรอ”
ด้วยความน้อยใจทำให้เด็กหนุ่มตอบไปแบบนั้น
“ทำไมเธอพูดแบบนั้น...ฉันน่ะ...”
“ทำไมจะพูดไม่ได้...ในเมื่อคุณไม่สนใจผมอยู่แล้ว ไม่เคยเลย...”
“โรนัลด์ วีสลีย์...”
มือใหญ่ดึงให้คนที่นอนหันหลังให้หันมาคุยกันดีๆ แต่แล้วตาสีนิลกลับได้สบกับดวงตาสีฟ้าที่เปียกชื้นและเศร้าหมอง มันทำให้ใบหน้าเรียบเฉยนั้นพูดไม่ออก
น้ำเสียงเรียกชื่อที่เย็นชา ทำให้ร่างบางขบริมฝีปากแน่ไม่ให้หลุดเสียงสะอื้นออกมา ร่างบางโงนเงนลุกขึ้นนั่งประจันหน้าชายหนุ่มผู้เป็นสามี อย่างไม่มั่นคง พยายามไม่สนใจอาการวิงเวียนและความปวดหนึบบริเวณท้องน้อย เอ่ยด้วยเสียงอันดัง
“ไม่จริงรึไงเล่า....ในเมื่อตลอดเวลาที่ผ่านมา คุณไปอยู่ที่ไหน.....ตลอดเวลา....ทิ้งให้...ทิ้งผมไว้....ที่นี่......”
“รอน....”
ร่างบางปัดมือใหญ่ที่เอื้อมเข้ามาหา รู้สึกปวดท้องมากขึ้น ตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงขึ้น
“ฮึก.. แล้วคุณก็ไป...คุณก็ไป...อยู่ไหน.... .ปล่อยให้ผมอยู่คนเดียว...แล้วยัง..ฮือ...วันนี้...ไปหาอาจารย์ ..แล้ว.ก็ยัง..พาเขา มาที่บ้าน...”
....พามาทำไม...ไม่ให้ผมรู้ซะยังจะดีกว่า....ผมไม่อยากรับรู้...ไม่อยากอีกต่อไปแล้ว.....
“โอ้ย!”
ความปวดร้าวที่ทวีขึ้นทำให้ร่างบางเกร็งไปทั้งตัว มือเย็นชื้นกุมบริเวณท้องน้อยแน่น สั่นสะท้านไปด้วยความเจ็บปวดทั้งร่างกายและจิตใจ ดวงตาปิดแน่น แดงช้ำและเปียกชื้น เสียงครางที่หลุดออกมาจากริมฝีปากซีดอย่างไม่ปิดกั้น ปะปนกับเสียงสะอื้นและลมหายใจติดขัดชวนสงสารนัก
...ทำไมทรมานอย่างนี้...อย่าทรมานฉันอีกต่อไปเลย...ได้โปรด....
กรามที่ขบแน่นถูกบังคับให้อ้าขึ้นด้วยแรงบีบแรงๆ จากมือแข็งจนรู้สึกเจ็บไปทั้งแก้ม แล้วริมฝีปากที่เย็นชืดก็ได้รับความอบอุ่นจากริมฝีปากนุ่มที่ประกบลงมาถ่ายเทของเหลวหวานๆ จากภายในเข้ามาในปากเขาผ่านลำคอแห้งฝากอย่างรวดเร็วจนเกือบสำลัก และราวกับต้องการให้แน่ใจว่าเขาได้กลืนน้ำหวานๆ นั้นลงไปแล้ว ลิ้นร้อนๆ ของคนที่อยู่เหนือกว่าก็รุกล้ำเข้ามาสำรวจจนทั่วทุกซอกทุกมุม ทำให้รสหวานที่ปลายลิ้นนั้นหวานยิ่งขึ้นไปอีก
หน้าท้องที่ปวดเกร็งได้รับความดูแลจากมือใหญ่ที่นวดคลึงเบาๆ บนผิวละเอียดช่วยให้กล้ามเนื้อค่อยผ่อนคลายลง การสัมผัสเป็นไปอย่างนุ่มนวนอย่างกับต้องการถ่ายเทความอบอุ่นลงไปยังชีวิตเล็กๆ ที่ซุกตัวอยู่ภายในนั้น และไปยังคนที่โอบอุ้มชีวิตนี้ไว้ด้วย
เป็นนานกว่าริมฝีปากร้อนชื้นจะละไปจากความหวานของกลีบปากสีที่กลายเป็นสีเชอร์รี่นั้น พึมพำถ้อยคำปลอบโยนแก่ร่างบางที่ค่อยๆ โอนอ่อนเข้าหาความอบอุ่น จนกระทั่งลมหายใจที่หอบถี่นั้นช้าลง เสียงทุ้มนุ่มจึงได้เอ่ยเรียกคนที่นอนหลับตานิ่งอยู่ด้วยเสียงแผ่วเบา
“รอน...ไม่เป็นไรนะ.....ฉันอยู่นี่.....พักผ่อนซะ....”
ร่างบางครางในลำคอเบาๆ ถอนหายใจ แล้วขยับตัวเข้าหาความอบอุ่นที่ด้านข้างให้มากขึ้น ทั้งที่ความง่วงงุนเข้าครอบงำจนไม่อาจฝืนลืมตาขึ้นได้ แต่ความกังวลใจที่ยังคงเหลืออยู่ผลักให้จิตใต้สำนึกตอบออกไปด้วยเสียงอันแผ่วเบา แต่กลับชัดเจนในความรู้สึกของผู้ฟังนัก
“เซเวอรัส...เราเลิกกันเถอะ...”
.........................
...............
.........
TBC